โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

ร้านเบเกอรี่ต้นตำรับและร้านถ่ายภาพสไตล์โลโม่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาสามารถอนุรักษ์ประสบการณ์อันน่าประทับใจในอดีตเอาไว้ได้อย่างไร

จากร้านเบเกอรี่ต้นตำรับไปจนถึงร้านถ่ายภาพแบบดั้งเดิมซึ่งมีเสน่ห์ตรงที่ไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ได้ เจ้าของธุรกิจทั้งสองรายได้ให้ความเห็นว่าพวกเขาสามารถอนุรักษ์ประสบการณ์อันน่าประทับใจในอดีตเอาไว้ได้อย่างไร

เมื่อยุคดิจิตอลมาบรรจบกับพื้นที่ค้าขายแบบดั้งเดิม

นับเวลาได้สักระยะหนึ่งแล้วที่กลุ่มศิลปินและเจ้าของร้านบูติกขนาดเล็กที่มีเสน่ห์แบบย้อนยุคได้เข้ามาเปิดร้านในตึกแถวที่มีมาแต่เดิมเคียงข้างกับบรรดาร้านขายยาจีน หรือแม้แต่โรงรับจำนำ บางทีพื้นที่ค้าขายแบบดั้งเดิมเหล่านี้อาจจะให้บรรยากาศแบบยุคเก่าซึ่งเป็นแรงบันดาลใจเป็นพิเศษสำหรับทำการค้าขายและกิจกรรมประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ เพียงเดินทอดน่องผ่านไปในย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ คุณจะมีโอกาสได้พบกับร้านรวงที่มีความหลากหลายเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมากทั้งสองฟากถนน

การถ่ายภาพแนวโลโม่ (Lomography) ซึ่งเป็นศิลปะการถ่ายภาพที่มีลักษณะเฉพาะด้วยสีสันอันสดใสและความสว่างที่ค่อย ๆ จางลงบริเวณขอบภาพ นับเป็นงานอดิเรกสุดฮิปที่ทำให้การถ่ายภาพแบบอนาล็อกกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพื่อให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นของสไตล์การถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ร้านที่เป็นทั้งร้านบูติกสำหรับถ่ายภาพ และแกลเลอรี่แสดงภาพถ่ายสไตล์โลโม่ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวที่ดูอบอุ่นและสบาย จึงพร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้าและเสน่ห์แห่งอดีตอันน่าประทับใจ ร้านแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 295 ถนนเซาธ์บริดจ์ ตรงข้ามวัดพระเขี้ยวแก้วและพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไชน่าทาวน์

ในอดีตตึกแถวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านขายยามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ หลังจากนั้นก็เป็นที่ทำการของบริษัทขายเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมผลิตอัญมณี นอกจากธุรกิจค้าปลีกดังกล่าวแล้ว พื้นที่จำนวนมากตลอดแนวถนนเซาธ์บริดจ์นี้ ยังถูกใช้เป็นโกดังสินค้าและที่พักของกุลีจากช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 1800 

เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการอนุรักษ์เอาไว้ เมียร์ลี หวัง (Meerly Wang) ในวัย 28 ปี อดีตผู้จัดการทั่วไปของร้าน ได้ตัดสินใจเก็บโครงสร้างเดิมส่วนใหญ่ของห้องชั้นล่างขนาดพื้นที่ 1,500 ตารางฟุตเอาไว้ เธอได้เพิ่มลูกเล่นที่เป็นสีสันและความสนุกสนานลงไปโดยการเชิญชวนศิลปินท้องถิ่นให้มาร่วมแสดงมุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับการถ่ายภาพแบบโลโม่ (Lomography) ลงบนเสาต่าง ๆ ที่หน้าร้าน “ในอดีต เจ้าของร้านต่าง ๆ จะติดป้ายชื่อร้านของตนเอาไว้บนเสาหน้าร้านเหล่านี้” ทุกวันนี้พวกเรากำลังแสดงเอกลักษณ์ของพวกเราโดยผ่านผลงานจิตรกรรมฝาผนังแนวสร้างสรรค์จำนวนสองชิ้น ซึ่งได้กลายเป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตขึ้นมาในทันทีสำหรับผู้ที่แวะมาเยือนและผู้คนที่เดินผ่านไปมา” เธอกล่าว

“เมื่อพวกเขาเข้ามาที่ร้านเป็นครั้งแรก บรรดาลูกค้าและเหล่าสาวกการถ่ายภาพแบบโลโม่คอเดียวกับพวกเราก็จะรู้สึกประหลาดใจและดีใจทุกครั้งไปที่พบว่าร้านของเราอยู่ในตึกแถวที่ได้รับการอนุรักษ์อยู่ในสภาพดั้งเดิมเป็นอย่างดี” คุณหวังเล่าให้ฟัง ภายในตัวอาคาร ช่องลมขนาด 100 ตารางฟุตของร้านได้ถูกแปลงโฉมเป็นห้องทำงาน มีการปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามา เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการออกแบบดั้งเดิมของตัวอาคาร เพื่อให้สามารถนำเอาสไตล์ที่สื่อถึงความสนุกสนานมีชีวิตชีวาและสีสันสดใสเจิดจ้าของการถ่ายภาพแบบโลโม่ออกมาให้เด่นชัด ทางร้านภูมิใจนำเสนอ LomoWall อันเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นและจุดขายสำคัญของร้าน จากย่านเอชดีบี บล็อก ไปจนถึงสิงคโปร์ ฟลายเออร์ และชายหาดเซ็นโตซ่า ภาพถ่ายนับเป็นพัน ๆ ที่ติดอยู่บนกำแพงเป็นบันทึกอีกอย่างหนึ่งของอดีตและปัจจุบันของสิงคโปร์ 

ร้านเบเกอรี่ต้นตำรับ

test2

การอนุรักษ์ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ตัวอาคารและพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำนุบำรุง หวงแหนและเก็บรักษาความทรงจำที่ดีของผู้คนเกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ เอาไว้ด้วย ในขณะที่ร้านรวงเป็นจำนวนมากได้เข้ามาเปิดกิจการและเลิกราไปแห่งแล้วแห่งเล่า แต่ยังมีร้านเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลามาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ร้านแห่งนี้ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกับคนรุ่นเก่า

ร้านตันฮ็อกเส็ง (陳褔成) ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 86 ถนนเตล็อก อาเยอร์ เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมอบสไตล์ฮกเกี้ยนที่อบออกจากเตาร้อน ๆ อย่างเช่น ขนม เบ้เต่ส้อ (beh teh saw) (ขนมเปี๊ยะชนิดกรอบ มีไส้งาผสมมอลต์ชูการ์) และขนม ป็องเปี๊ยะ (pong piah) (หรือขนมเบ้เต่ ส้ออีกสูตรหนึ่ง ที่แบนกว่าและกรอบน้อยกว่า) ตัน บุน ไจ๋ ในวัย 65 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรุ่นที่สาม มีความรู้สึกว่าร้านเบเกอรี่ของเขาซึ่งมีอายุกว่า 70 ปีแห่งนี้ เป็นหนทางหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและมรดกตกทอดให้แก่คนรุ่นต่อไป

ธุรกิจการค้าขายแบบดั้งเดิมเป็นจำนวนมากได้เลิกกิจการไปอย่างรวดเร็วตามสองข้างทางถนนของสิงคโปร์ แต่เราก็รู้สึกอุ่นใจเมื่อได้รู้ว่าเรายังคงสามารถหาซื้อขนมอบสไตล์ฮกเกี้ยนที่อบจากเตาใหม่ ๆ ได้จากร้านตันฮ็อกเส็ง (Tan Hock Seng) อันที่จริง ขนมปังกรอบหรือบิสกิตของร้านตันฮ็อกเส็งกำลังได้รับความนิยมจากแฟน ๆ กลุ่มใหม่ซึ่งเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว โดยคนกลุ่มนี้จำนวนมากมาซื้อขนมบิสกิตเพื่อนำไปเป็นของฝากบรรดาญาติมิตรในยุโรป ออสเตรเลีย และที่อื่น ๆ ทั่วโลก และนี่เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่มเติมมาจากกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและลูกค้าประจำทั่วเกาะสิงคโปร์ ซึ่งต่างก็แห่กันไปที่ร้านนี้เพื่อหาซื้อขนมอันแสนอร่อยนี้

ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับคำแนะนำให้ "ปรับปรุงร้านให้ทันสมัย" โดยประดับตกแต่งการจัดแสดงสินค้าแบบใหม่ให้ดูหรูหรา และมีชั้นวางของโลหะดูทันสมัย แต่บุน ไจ๋ ก็เลือกที่จะคงทุกอย่างในร้านให้ดูธรรมดาแบบเดิมต่อไป บางคนก็บอกว่าออกแนวย้อนยุค ซึ่งเป็นการประดับประดาที่ใช้ได้ผลดีมาตลอด ดังนั้น แทนที่จะใช้ป้ายสินค้าที่พิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์สอดลงไปซองพลาสติก ผู้ที่แวะเวียนมาซื้อขนมกลับพบกับป้ายกระดาษที่มีชื่อสินค้าและราคาเขียนด้วยลายมือเช่นแต่เดิมที่เคยทำมา

ตลอดแนวตู้ไม้ที่ด้านบนปูด้วยแผ่นพลาสติกฟอร์ไมก้านั้นเต็มไปด้วยขนมเบ้เต่ส้อ ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของทางร้าน บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสองชั้นเป็นชุด ชุดละ 10 ชิ้น เขาอธิบายว่า “นี่เป็นสิ่งที่แสดงเอกลักษณ์ของเราและเราก็ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น และลูกค้าส่วนใหญ่ก็อยากให้ทางร้านคงความรู้สึกดี ๆ ในอดีตแบบนี้เอาไว้เช่นเดิม …ลูกค้าประจำของเรามีความทรงจำที่ดีกับร้านนี้”

ความทรงจำดี ๆ มีไว้ให้ชื่นชมและรักษาความประทับใจไว้ตลอดไป และผู้พิทักษ์อย่างบุน ไจ๋ และร้านขนมของเขาก็ได้ทำเช่นนั้น ขอเตือนสักนิดหนึ่งว่า เบ้เต่ส้อ ที่อบออกจากเตาใหม่ ๆ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และหมดตั้งแต่ช่วงบ่ายต้น ๆ 

และลองดู