มีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในสิงคโปร์ที่มีประวัติศาสตร์น่าประทับใจกว่าเดมพ์ซีย์ ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถานที่อันเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกแห่งแรกในสิงคโปร์ และมีสถานที่รับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งเป็นดุจอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะออกสำรวจหนึ่งในย่านพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

เดินท่องไปในพื้นที่สีเขียว

หากต้องการสัมผัสความหมายของเมืองแห่งสวน คุณควรไปที่สวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสถานที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก และเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ สวนแห่งนี้ถูกย้ายมายังสถานที่ตั้งในปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ. 1859 และถือเป็นแบบจำลองของสวนหย่อมของประเทศอังกฤษ (แต่มีการดัดแปลงให้เหมาะกับเอเชีย)

จากทางเข้าถนนไทเออร์แซลล์ อเวนิว (Tyersall Avenue) ให้มุ่งหน้าไปที่รูปปั้นสวอนเลคที่ตั้งชื่อตามหงส์ที่อาศัยอยู่ในที่นี้ รูปปั้นหงส์ขนาดใหญ่เป็นจุดสำคัญที่ผู้คนพากันมาถ่ายรูปที่นี่ ก่อนที่คุณจะมุ่งหน้าสู่ แบนด์สแตนด์ (Bandstand) ที่ได้รับการก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1930 สถานที่นี้ไม่ได้ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีอีกต่อไปแล้ว แต่คุณอาจยังเห็นคู่รักหนุ่มสาวมาโพสท์ท่าถ่ายรูปแต่งงานกัน

อย่าพลาดชมสวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) ที่มีกล้วยไม้มากกว่า 1,000 พันธุ์ และสวนวิวัฒนาการ (Evolution Garden) ที่ทำให้เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในอดีตมาจนปัจจุบันในโลกของธรรมชาติ ลองนึกถึงต้นไม้ในยุคจูราสสิคแล้วคุณจะพอมองออกว่าจะได้พบสิ่งใด อันดับสุดท้าย คุณก็จะมาถึงทางออก โปรดอย่าลืมแวะที่ซิมโฟนี่เลค (Symphony Lake) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวทีกลางน้ำและใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตในสวนอยู่เป็นประจำ 


แหล่งรวมวัตถุโบราณและสิ่งสวยงามล้ำค่า

เดมพ์ซีย์เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการมองหาข้าวของที่ไม่ธรรมดาและของที่ระลึกที่จะเป็นที่จดจำ แวะที่ร้าน Woodfarm Lifestyle บนถนนเดมพ์ซีย์ ดูสิ ที่นี่มีเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ จากจีนหรือประเทศเพื่อนบ้าน เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่หลงใหลงานฝีมือแบบเก่าและแบบร่วมสมัยจากประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค

หรือแวะไปที่ REDSEA Gallery ค่ายทหารเก่าของอังกฤษที่มีการบูรณะใหม่ที่ตั้งอยู่บนเดมพ์ซีย์ฮิลล์ เพื่อเดินชมผลงานจากศิลปินทั่วโลก คุณอาจพบสิ่งที่ถูกใจ น่าซื้อหากลับบ้านก็ได้! 


รับประทานอาหารในห้องโถงประวัติศาสตร์

ย่านเดมพ์ซีย์เป็นส่วนผสมของสิ่งที่ดีที่สุดของสิงคโปร์สองประการคือ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และร้านอาหารชั้นเลิศ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมคุณไม่ลองไปสัมผัสดูล่ะ ลองไปที่ร้าน The White Rabbit ร้านอาหารยุโรปที่เสิร์ฟอาหารในโบสถ์เล็ก ๆ ที่สร้างในทศวรรษ 1930 หรือข้ามถนนไปที่ร้าน Jim Thompson ที่เสิร์ฟอาหารไทยในบังกะโลยุคโคโลเนียลที่สวยงามสุดพิเศษ

หากคุณยังชมสวนพฤกษ์ศาสตร์ได้ไม่จุใจ เชิญไปที่ฮาเลีย (Halia) ร้านอาหารยุโรปสไตล์โมเดิร์นที่แวดล้อมด้วยความเขียวชอุ่มอันร่มรื่น หรือไปที่ The Corner House เพื่อชม ‘Gastro Botanica’ เมนูอาหารพิเศษที่เน้นที่ผักและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ หากคุณต้องการจะซื้ออาหารกลับบ้าน ลองแวะไปที่ Jones the Grocer ร้านขายของของชาวออสเตรเลีย ที่มีผักและผลไม้สด รวมทั้งอาหารคุณภาพให้เลือกซื้อมากมาย รวมทั้งมีร้านกาแฟยอดนิยมด้วย อย่าลืมซื้อขนมปังนุ่มอร่อยและชีสไปเป็นของว่าง หรือหากคุณกำลังมองหาของที่ถูกใจเพื่อซื้อกลับประเทศล่ะก็ เชิญแวะดูที่แผนกซอส ชัทนีย์ และแยม

ประการสุดท้าย อย่าพลาดชม ชุมชนฟาร์มแบบเปิด (Open Farm Community) ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่และทำงานร่วมกับชาวไร่ชาวสวนเพื่อเพิ่มผลผลิตของท้องถิ่น

ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับประเทศที่ขาดแคลนที่ดินอย่างสิงคโปร์! นอกจากนี้ พนักงานยังส่งเสริมขบวนการสร้างเมืองแห่งสวนกินได้ (Edible Garden City) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวในพื้นที่เท่าที่มีอยู่ เช่น บนดาดฟ้าและตามระเบียงบ้าน ดังนั้น อย่าลืมแวะชมและสนับสนุนโครงการดี ๆ เพื่อสังคมที่น่าสนใจนี้