โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

ลานนรกสิบภูมิ (Courts of Hell) สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นที่สุดของสิงคโปร์จริงหรือ ไปหาคำตอบกัน!

ฉันจำได้ถึงครั้งแรกที่พ่อแม่พาฉันไปที่ฮอว์ พาร์ วิลล่า (Haw Par Villa) โอ๊ย! น่ากลัวมาก! ในขณะที่เรือไม้ลำเล็กค่อย ๆ ล่องไปตามลำน้ำสู่ปากมังกรที่อ้ากว้างอยู่นั้น (ในยุค 90 ยังมีแม่น้ำไหลผ่าน แต่ปัจจุบันกลายเป็นทางเดิน) ฉันคิดว่าเรากำลังจะได้เห็นมังกรที่เคลื่อนไหวเหมือนในภาพยนตร์ แต่ทว่าภาพที่ได้เห็นนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่า ฉันเห็นหุ่นปั้นรูปคนที่ถูกปีศาจทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมายนับพันวิธี อันเนื่องมาแต่บาปกรรมที่ทำไว้ การไปเที่ยวครั้งนั้นทำให้ฉันนอนฝันร้ายไปถึงสองสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะฝันเห็นปูที่มีหัวเป็นคนมาหนีบนิ้วเท้าฉันด้วยก้ามยักษ์

สำหรับเพื่อน ๆ และตัวฉันแล้ว ฮอว์ พาร์ วิลล่า (Haw Par Villa) มีความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้อยกว่าที่อื่น แต่เป็นสวนสนุกที่มีนิทานสอนใจเสียมากกว่า อย่าขโมยของ อย่าพูดปด และอย่าประพฤติผิดในกาม บทเรียนเหล่านี้ฝังรากลึกลงในจิตใจของพวกเรา และแม้จนถึงในปัจจุบัน ฉันก็ยังจำภาพปูที่มีหัวเป็นคนได้ (และฉันก็ยังไม่ชอบปูอยู่ดี)

อย่างไรก็ตาม กาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อมังกรลำตัวยาว 60 เมตรได้ถูกทำลายลง ก็มีการยกเลิกการเก็บค่าผ่านประตู และจำนวนผู้เข้าชมก็ลดลง ปัจจุบัน ฮอว์ พาร์ วิลล่า คือสถานที่ที่น่าสนใจแวะไปเยี่ยมชม โปรดอ่านต่อเพื่อดูว่าห้าสิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับฮอว์ พาร์ วิลล่า คืออะไร และสถานที่แห่งนี้มีที่มาจากความรักในครอบครัวได้อย่างไร 

1. จากไทเกอร์บาล์มสู่ฮอว์ พาร์ วิลล่า

เมื่อคุณรู้สึกปวดหัว หรือรู้สึกเจ็บที่หัวเข่า คุณจะหันไปพึ่งอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นยาหม่องตราเสือ! ยาหม่องขวดเล็ก ๆ นี้ช่วยบรรเทาอาการปวดของเราได้ นับตั้งแต่ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นในทศวรรษ 1870 อย่างไรก็ตาม คุณรู้หรือไม่ว่าเจ้าของกิจการที่ผลิตหม่องตราเสือคือกลุ่มคนเดียวกันที่ดูแลฮอว์ พาร์ วิลล่า โอว ชู คิน (Aw Chu Kin) นักสมุนไพรศาสตร์ ผู้คิดค้นยาหม่องตราเสือมีลูกชายสามคน นั่นก็คือ โอว บุน เล้ง (Aw Boon Leng) (มังกร), โอว บุน ฮาว (Aw Boon Haw) (เสือ) และโอว บุน พาร์ (Aw Boon Par) (เสือดาว) ในบรรดาลูก ๆ ทั้งสาม บุน ฮาว และบุน พาร์ สนิทกันมากที่สุด ความจริงแล้ว บุน ฮาว รักน้องชายของเขามากจนในปี 1935 เขาได้ซื้อที่ดินติดภูเขาบริเวณเลียบถนนปาเซอร์ปันจัง และใช้เงิน 1.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการสร้างสวนไทเกอร์ บาล์ม การ์เดน ให้ผู้เป็นน้องชาย หลังจากนั้น ไทเกอร์ บาล์ม การ์เดน ก็เปลี่ยนชื่อเป็นฮอว์ พาร์ วิลล่า ตามชื่อพี่น้องทั้งสองคน

2. ฮอว์ พาร์ วิลล่า (Haw Par Villa) ที่แท้จริง

สำหรับ บุน ฮาว (Boon Haw) แล้ว การสร้างสวนสนุกสำหรับน้องชายของเขายังไม่เพียงพอ ก่อนที่จะสร้างไทเกอร์ บาล์ม การ์เดนขึ้นมา บุน ฮาว (Boon Haw) ได้ขอความช่วยเหลือจาก โฮ กอง ยู (Ho Kwong Yew) หนึ่งในสถาปนิกระดับแนวหน้าของขบวนการเพื่อความก้าวหน้าในสิงคโปร์ โฮเลือกที่จะสร้างคฤหาสน์หลังนี้ไว้บนยอดเขา ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลในแบบพาโนรามา คฤหาสน์แห่งนี้มีทั้งหมดหกห้อง ประกอบด้วยห้องโถงกลาง ห้องนอนสองห้อง ห้องวาดรูป ห้องแต่งตัว และห้องอาหาร และเนื่องจากโฮนิยมใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งทำให้เกิดส่วนโค้งเว้าและรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามทางสถาปัตยกรรม คฤหาสน์หลังนี้จึงมีหกโดมล้อมรอบและโดมตรงกลางอีกหนึ่งจุด ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1930 วิลล่าที่ไทเกอร์บาล์ม การ์เดนแห่งนี้ถือเป็นคฤหาสน์ที่สวยที่สุดที่เคยสร้างมาในสิงคโปร์

3. รถพยัคฆ์ในตำนาน

test3

เพื่อให้สะดวกสำหรับการเดินทางจากยอดเขา พี่น้องตระกูลโอว (Aw) จึงได้สร้าง “รถพยัคฆ์” คันพิเศษนี้ขึ้น รถพยัคฆ์คันแรก ซึ่งเป็นรถยี่ห้อ NSU ของเยอรมัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1927 โดยมีหัวเสือเป็นส่วนของหม้อน้ำรถยนต์และมีเขี้ยวโผล่ออกมาจากปากเสือ รถพยัคฆ์คันที่สอง ยี่ห้อ Humber สร้างขึ้นในปี 1932 และมีไฟแดงสองดวงในดวงตาเสือ รถพยัคฆ์คันที่สองนี้มีทะเบียนรถหมายเลข 8989 ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงที่มีความหมายเหมือนคำว่า “เจริญรุ่งเรืองยาวนาน” ในภาษาฮกเกี้ยน และด้วยเหตุบังเอิญ รถพยัคฆ์ได้กลายมาเป็นสื่อทางการตลาดชั้นยอดสำหรับยาหม่องตราเสือและคุณจะพบกับรถคันนี้ได้ในโรงจอดรถที่มีมาแต่ดั้งเดิมในฮอว์ พาร์ วิลล่าในปัจจุบัน

4. หอนาฬิกาญี่ปุ่น

แม้ว่าไทเกอร์ บาล์ม การ์เดนของบุน ฮาว จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1937 แต่ บุน พาร์ น้องชายของเขาก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์นั้นนานเท่าไร ไม่นานหลังจากที่วิลล่าสร้างเสร็จ สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ปะทุขึ้น และแผ่ขยายมาเอเชียตะวันออก ในขณะที่บุน ฮาว หนีไปฮ่องกง แต่ บุน พาร์เลือกกลับไปยังบ้านเกิดของเขาในพม่า และเมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองสิงคโปร์ได้สำเร็จในปี 1942 ทหารญี่ปุ่นก็ใช้คฤหาสน์หลังนี้เป็นหอสังเกตการณ์เพื่อจับตาดูเรือทะเล หลังจากนั้น เมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามและออกจากสิงคโปร์ไป คฤหาสน์หลังนี้ถูกทำลายจากชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากความเกลียดชังที่มีต่อผู้ยึดครอง เมื่อบุน ฮาว กลับมาสิงคโปร์ เขาต้องเผชิญกับคฤหาสน์ที่ถูกทิ้งร้าง และได้รู้ว่าน้องชายของเสียชีวิตแล้วในพม่า แทนที่จะซ่อมแซมคฤหาสน์นี้ บุน ฮาว ตัดสินใจรื้อถอนซากปรักหักพังทั้งหมด

5. ความน่าสะพรึงกลัวของฮอว์ พาร์ วิลล่า (Haw Par Villa) ยังคงอยู่

หลังสงคราม โอว เฉิง โหย่ว (Aw Cheong Yeow) ซึ่งเป็นหลานของบุน ฮาว (Boon Haw) ก็ได้เข้ามาดูแลกิจการที่สวนสนุกแห่งนี้ ในขณะที่ เฉิง โหย่ว (Cheong Yeow) พยายามอย่างเต็มที่ในการคงไว้ซึ่งวิสัยทัศน์ของผู้เป็นลุงโดยการสร้างรูปปั้นตามตำนานพื้นบ้านให้มากขึ้น แต่ฮอว์ พาร์ วิลล่า ก็ไม่อาจฝืนกาลเวลาได้ ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ค่าเข้าชมที่มีราคาสูงเกินไปทำให้ยอดผู้เข้าชมลดฮวบลงและทำให้สถานที่นี้ต้องขาดทุนมากกว่า 30 ล้านเหรียญสิงคโปร์ จำนวนผู้เข้าชมที่ลดลงและสถานที่ท่องเที่ยวอย่างลานนรกสิบภูมิที่เริ่มเสื่อมความนิยมในขณะเดียวกันก็ทำให้มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันและเรื่องผีสางที่น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก เคยมีข่าวลือว่า ฮอว์ พาร์ วิลล่า เป็นตำแหน่งที่ตั้งของประตูไปสู่นรก ในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงเล่าว่าสถานที่แห่งนี้กลับมีชีวิตชีวาในตอนกลางคืน และรูปปั้นทั้งหลายแท้จริงแล้วก็คือคนที่ตายไปแต่ถูกห่อหุ้มด้วยขี้ผึ้ง ในขณะที่เดินตรวจรอบ ๆ สวน เจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะนำของสักการะ เช่น อาหารและบุหรี่ ไปเซ่นไหว้ที่รูปปั้นเพื่อขอให้คุ้มครอง

นอกเหนือจากบรรดารูปปั้นและอนุสาวรีย์หน้าตาแปลกประหลาดแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ควรทราบคือฮอว์ พาร์ วิลล่าสร้างขึ้นจากความรักระหว่างพี่น้อง เป็นกุศโลบายของ บุน ฮาว ในการย้ำเตือนให้ บุน พาร์ รำลึกถึงเชื้อสายจีนของตนและสายสัมพันธ์ของครอบครัว นั่นคือเหตุผลที่ว่าเมื่อคุณไปเที่ยวชมฮอว์ พาร์ วิลล่าในวันนี้ คุณจะสังเกตเห็นว่ามีการใช้สัญลักษณ์รูปทรงกลมอย่างโดดเด่น โดยรูปทรงกลมนั้นคือสัญลักษณ์ของความปรองดองและครอบครัว บางที ฮอว์ พาร์ วิลล่า อาจเป็นมากกว่าของขวัญมูลค่ามหาศาล เพราะเป็นเครื่องเตือนใจบรรดาผู้ไปเยี่ยมชมว่าครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด 

และลองดู