เที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ ณ ย่านอ่าวมาริน่า (Marina Bay) อาณาจักรแห่งอนาคตที่สรรสร้างขึ้นเป็นพิเศษ และยังอนุรักษ์สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและทางประวัติศาสตร์ไว้ได้เป็นอย่างดี  


ผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรม

หากต้องการเพลิดเพลินกับภาพวิวมุมสูงสวยๆ ในแบบพาโนรามิค ลองแวะไปที่ แซนด์ส สกายพาร์ค (Sands SkyPark Observation Deck) บนชั้นที่ 57 ของมาริน่า เบย์ แซนด์ส จากที่นี่ คุณสามารถชมวิว สวนสาธารณะการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens By The Bay) ไปจนถึงย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่น่าทึ่ง และแม้กระทั่งช่องแคบสิงคโปร์ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง

ที่ระดับความสูง 25-50 เมตร ซูเปอร์ทรี (Supertrees) เป็นสวนแนวตั้งที่ใช้แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และในสวนนี้ มีกล้วยไม้ พืชพรรณ และไม้เลื้อยนานาพันธุ์กว่า 200 ชนิด เที่ยวชมซูเปอร์ทรี โกรฟ (Supertree Grove) เพลิดเพลินกับวิวแบบไซไฟ และการแสดงแสงสีหลากสีสันสวยงามในยามค่ำคืน

มารีน่า เบย์ แซนด์สสะพานเฮลิกซ์ (Helix Bridge) สะพานรูปเกลียวคู่แห่งแรกของโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างดีเอ็นเอของมนุษย์ เมื่อเดินเลียบไปตามถนนจะพบกับสะพานจูบิลี (Jubilee Bridge) แห่งใหม่ ซึ่งเชื่อมทางเดินเลียบริมน้ำของโครงการเอสพลานาด เชื่อมกับเมอร์ไลออน พาร์ค ที่ตั้งของเมอร์ไลออน สัญลักษณ์ที่สำคัญของสิงคโปร์ สะพานยาว 220 เมตรนี้ใช้เงินทุนสร้างจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ และสามารถรองรับผู้คนได้มากถึง 2,000 คน และยังออกแบบมาสำหรับรถวีลแชร์อีกด้วย เมื่อเดินข้ามสะพานจูบิลีไปยังอีกฟากถนน คุณจะพบกับโรงแรม Fullerton Hotel อาคารโรงแรมสไตล์โคโลเนียลที่น่าประทับใจนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ทำการไปรษณีย์ ต่อมาได้รับการบูรณะฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับหรูในปี 2001

หากต้องการชมทัศนียภาพของอ่าวมาริน่าในมุมมองที่แตกต่าง เชิญลองนั่งชิงช้าชมวิวขนาดใหญ่ "สิงคโปร์ ฟลายเออร์" (Singapore Flyer) ชิงช้าขนาดใหญ่นี้เป็นหนึ่งในชิงช้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูง 165 เมตร หรือเท่ากับอาคาร 42 ชั้น ซึ่งสูงกว่าลอนดอนอาย ประมาณ 30 เมตร หากนั่งชิงช้าสวรรค์นี้ในยามเย็น คุณจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่เต็มด้วยแสงไฟระยิบระยับ อีกทั้งการแสดงแสงเลเซอร์ตระการตาของมารีน่า เบย์ แซนด์ส อีกด้วย 


จากเมนูอาหารแบบสบายๆ สู่เมนูอาหารชั้นเลิศ

ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย CHIJMES ตั้งตระหง่านอย่างภาคภูมิใจมานานถึง 175 ปีแล้ว อาคารประวัติศาสตร์สไตล์โกธิคนี้เดิมทีเป็นคอนแวนต์และโรงเรียนคาทอลิก หลังจากนั้นก็ได้รับการรักษาไว้ในฐานะอนุสาวรีย์แห่งชาติ ปัจจุบัน โบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่จัดงานอีเวนท์ที่หลากหลาย ในขณะที่คอนแวนต์ชื่อว่า Caldwell House (คาลด์เวลล์เฮาส์) กลายเป็นห้องแสดงผลงานศิลปะ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นที่ทานอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนโดยมีร้านอาหารและเครื่องดื่มเรียบง่ายอย่างมีสไตล์มากมาย ร้านอาหารที่เด่นๆ ได้แก่ Privé ร้านกาแฟแบบสบายๆ และบาร์พร้อมพื้นที่นั่งดื่มกลางแจ้ง ซึ่งคุณสามารถนั่งพักแบบผ่อนคลายไปพร้อมๆ กับอิ่มอร่อยกับเบอร์เกอร์หรือพิซซ่า และร้าน Coriander Leaf ที่พร้อมเสิรฟ์อาหารเอเชียร่วมสมัย

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม อย่าลืมแวะไปชิมร้านอาหารสุดโปรดของบรรดาเซเลบได้ที่มารีน่า เบย์ แซนด์ส ที่นี่มีร้านอาหารอย่างน้อย 10 แห่งที่ให้บริการโดยเชฟชื่อดัง Bread Street Kitchen (เบรดสตรีท คิดเช่น) โดย Gordon Ramsay, ร้าน CUT (คัท) โดย Wolfgang Puck และ Sky on 57 (สกายออน 57)โดย Justin Quek ร้าน Bread Street Kitchen เสิร์ฟอาหารอังกฤษสุดคลาสสิกที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารสิงคโปร์ เช่น ฟิชแอนด์ชิปส์ และปีกไก่ซอสมะขาม ในขณะที่ร้าน CUT เป็นร้านขายสเต็กเลื่องชื่อที่มีเนื้อหลากหลายส่วน นับตั้งแต่ทีโบนไปจนถึงสันใน เชฟชื่อดัง Justin Quek ชาวสิงคโปร์ ทำหน้าที่ดูแลร้าน Sky on 57 ของตนเองซึ่งนำเสนอเมนูอาหารเอเชีย-ยุโรปสไตล์ฟิวชั่น คุณต้องไม่พลาดการสั่งเสี่ยวหลงเปาฟัวกราส์ชุุุ่มฉ่ำ (ติ่มซำที่มีน้ำซุปข้างใน) ที่จะระเบิดรสชาติแสนอร่อยในทุกๆ คำที่กัด 


สนุกสนานในยามราตรี

ในยามค่ำคืน คุณอาจออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในช่วงเวลาแสนสุขที่ท่าเรือโบ๊ทคีย์ (Boat Quay) ศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญในอดีตริมแม่น้ำสิงคโปร์ ปัจจุบันคลังสินค้าของท่าเรือโบ๊ทคีย์ (Boat Quay) ได้ถูกแปลงโฉมให้เป็นร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงเย็นหลังเลิกงาน

หากคุณต้องการชิมอาหารรสชาติสไตล์ท้องถิ่น ลองแวะไปที่ร้าน Ah Sam Cold Drink Store ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเรือโบ๊ทคีย์เช่นกัน ด้วยการตกแต่งร้านในสไตล์ย้อนอดีตโดยมีกล่องดีบุกใส่บิสกิตตั้งโชว์ และม้านั่งไม้ ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสู่ยุค 60 นับแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในร้านเลยทีเดียว บาร์เทนเดอร์จะจัดเตรียมเครื่องดื่มสูตรคลาสสิกที่มีเฉพาะที่สิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็น Old Fashioned หรือ Negroni ก็น่าลิ้มลองทั้งนั้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถไปเที่ยวที่ท่าเรือคลาร์ก คีย์ (Clarke Quay) แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่น่าตื่นตาอีกแห่ง โดยในอดีต ที่นี่เคยเป็นศูนย์การค้าที่แสนคึกคัก ท่าเรือคลาร์ก คีย์มีทั้งบาร์ คลับ และร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน คุณจึงสามารถชิมอาหารร้านหนึ่งและไปต่ออีกร้านได้อย่างสะดวก

หากต้องการลองชิมเครื่องดื่มรสชาติท้องถิ่นแสนสดชื่น ลองแวะที่ร้าน Bitters & Love ที่นำเสนอเมนูค็อกเทลแบบต่างๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารสิงคโปร์ ตัวอย่างเช่น ค็อกเทล Kaya Toast ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน จะเสิร์ฟพร้อมกับขนมปังปิ้งไส้สังขยา (Kaya Toast) หั่นชิ้นเล็ก ซึ่งเป็นอาหารเช้ายอดนิยม และมักรับประทานกับสังขยามะพร้าวหอมอร่อย ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถขอให้บาร์เทนเดอร์ชงค็อกเทลในรสชาติเฉพาะแบบที่คุณชอบได้อีกด้วย ได้เวลาดื่มสังสรรค์กันแล้ว!