โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตกลง

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา ค้นหาเพิ่มเติมว่าทำไมเราจึงต้องอัปเกรดและบอกเราว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรได้ ที่นี่

มัสยิดสุลต่านแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1824 เพื่ออุทิศแด่สุลต่านฮุสเซน ชาห์ (Sultan Hussein Shah) สุลต่านองค์แรกของสิงคโปร์

ถ่ายภาพโดย Public Domain

โดดเด่นด้วยโดมทองขนาดใหญ่และห้องสวดมนต์อันใหญ่โตโอฬาร มัสยิดสุลต่านในสิงคโปร์เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง หากคุณกำลังเดินอยู่ในย่านกัมโปงกลาม (Kampong Glam) อันเป็นย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

มัสยิดสุลต่าน เป็นมัสยิดที่มีชื่อเสียงมากในสิงคโปร์และเป็นอาคารศาสนสถานที่มีความงดงามอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติองค์สุลต่าน

มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1824 เพื่ออุทิศแด่สุลต่านฮุสเซน ชาห์ (Sultan Hussein Shah) สุลต่านองค์แรกของสิงคโปร์ ในครั้งนั้น เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) บิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ยุคใหม่ ได้บริจาคเงินจำนวน 3,000 ดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างอาคารชั้นเดียวที่มีหลังคา 2 ชั้น

ร้อยปีต่อมามัสยิดหลังเก่าแห่งนี้ตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง มัสยิดที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ เดนิส แซนทรี (Denis Santry) จากบริษัท Swan and Maclaren บริษัทสถาปนิกเก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ และสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1932

ข้อมูลที่แทบไม่มีใครทราบเลยนั่นก็คือ ในระหว่างที่ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์มัสยิดแห่งนี้ ทางการจำเป็นต้องสร้างถนนนอร์ท บริดจ์ (North Bridge Road) ให้เลี้ยวอ้อมมัสยิดแห่งนี้ เนื่องจากถนนเส้นนี้ถูกต่อเติมออกไปจนเลยถนนอาหรับ (Arab Street)

ฐานประดับด้วยแก้ว

เมื่อคุณอยู่ที่นั่น ให้จับตาดูโดมรูปหอมใหญ่ดี ๆ ฐานของแต่ละโดมประดับประดาด้วยแก้วก้นขวดที่บริจาคโดยมุสลิมผู้ยากไร้ในระหว่างการก่อสร้าง เพื่อที่ว่ามุสลิมทั้งหลาย (ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้ที่มั่งคั่ง) จะได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง

มัสยิดแห่งนี้ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี ค.ศ. 1975 เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนพี่น้องชาวมุสลิมในสิงคโปร์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน หากไปที่นั่นในช่วงเดือนรอมฎอน เดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด ให้ลองเดินสำรวจตลาดกลางคืนในย่านนั้นและแผงขายอาหารที่มีให้เลือกมากมาย

และเข้าร่วมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีมัคคุเทศก์นำเยี่ยมชม ซึ่งคุณจะได้รับข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากมาย (มัคคุเทศก์ที่นี่พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษ มาเลย์ จีน และแม้แต่ภาษาญี่ปุ่น)

ประสบการณ์จากนักท่องเที่ยว

แบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณหรือสำรวจดูว่าคนอื่น ๆ พูดถึงที่นี่อย่างไรบ้าง

#sgheritage บน Instagram

TripAdvisor

และลองดู